Sir John Templeton : ลงทุน Value แบบ Templeton's Way
29 November 1912 – 8 July 2008
Templeton Growth Fund Ltd. Investment Fund - TGF เทมเปิลตันเน้นการเติบโต. ก่อตั้งปี 1954 เป็นกองทุนสหรัฐรายแรกๆที่กล้าออกไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่นอกประเทศ US
Templeton สังเกตว่า ในภาวะ Great Depression ในปี 1930 ตลาดหุ้น NYSE ตกลงไปอย่างหนักมาก หากเข้าเข้าซื้อในตลาด NYSE ทั้ง 139 ตัว ตัวละ 100 หุ้น ในปี 1939 ที่ราคาหุ้นบางตัวตกต่ำมากๆ ขายกันไม่ถึง 1$ ด้วยซ้ำ จะได้เงินได้มหาศาลเมื่อตลาดฟื้นตัวขึ้นไปได้หลังสงครามโลกครั้งที่สูง (ซึ่งมูลค่ากลับขึ้นมา 17$ , 17,000%)
การลงทุนนอก US เริ่มแรกที่ญี่ปุ่น ในปี 1950-60 ญึ่ปุ่นซึ่งเป็นผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกมองว่าจะเป็นเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ซบเซาไปอีกนาน ของที่ผลิตในญี่ปุ่นไม่มีคุณภาพเท่าของอเมริกา เป็นของเกรดรอง ซึ่ง Templeton กลับมองว่าหุ้นญี่ปุ้นมีมูลค่าถูกเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน ขณะที่ US stocks ซื้อขายกันที่ PE 19.50 เท่า Templeton กลับจ่ายเงินซื้อหุ้นญี่ปุ่นในราคาไม่เกิน PE 3 เท่าซะด้วยซ้ำ หลังจากนั้นปาฎิหาร์ยเกิดขึ้นในญี่ปุ่น GDP growth ได้ถึง 10% ต่อปีในทศวรรษ 1960 บริษัทที่ TGF ซื้อไว้รายงานผลกำไรอย่างงดงาม ผู้คนทั่วโลกเริ่มให้ความสนใจกับหุ้นญี่ปุ่น (แต่นั่นก็มาช้ากว่า TGF หลายขุม) หลังจากนั้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นร้อนแรงมากจนขึ้นไปถึงระดับ PE 30 เท่าในปี 1970 และสูงสุดที่ PE 38 เท่าในปี 1989 หลังจากนั้น ฟองสบู่หุ้นญี่ปุ่นได้แตกออกลงในปี 1990 ราคาหุ้นร่วงลงถึง 50% เลยทีเดียว
Templeton บอกว่า TGF ไม่มีหุ้นญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1988 แล้ว เสียดายโอกาสบางส่วนจากความบ้าคลั่งในหุ้นญี่ปุ่น แต่ก็ปลอดภัยไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะฟองสบู่แตกในช่วงนั้น
New York Times 1969 จัดอันดับ ผจก.กองทุนที่ทำผลงานได้ดีที่สุด 25 อันดับแรก พบว่า TGF มาเป็นอันดับที่ 1 ผลตอบแทน 19.38% (มูลค่าทรัพย์สินรวมเป็นอันดับที่ 19 จากทั้งหมด 376 กองทุน)
หรือ ตลาดหุ้นเกาหลีในปี 1990 ที่ราคาหุ้นถูกประเมินต่ำเกินไป หุ้นดีราคาถูกมากมาย
ในปี 1968 - 1974 กองทันในสหรัฐอื่นๆที่ลงทุนเฉพาะใน US ทำผลตอบแทนติดลบ 50% ในขณะที่กองทุน Templeton Growth Fund กลับโตวันโตคืน
ในปี 1996 TGF ถือหุ้นในประเทศต่างๆมากถึง 30 ประเทศ น่าอัศจรรย์จริงๆ อย่างไรก็ตาม
หากเรานำเงินให้ Templeton ลงทุนตั้งแต่ปี 1954 จนถึงเวลาวางมือของเค้าในปี 1992 เงินต้นจำนวน 10,000 เหรียญ จะกลายเป็น 2 ล้านเหรียญ (ผลตอบแทน 14.50% ต่อปี)
Templeton ใช้เฉพาะ Fundamental anlysis เท่านั้นในการเลือกหุ้น โดยปฎิเสธการใช้ Technical analysis ในการ trading
ปี 2007 ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 100 ของ Time Magazine's 100 most influential people ในหัวข้อ "Power Givers"
แม้ Templeton จะเป็นมหาเศรษฐีรวยขนาดไหน แต่เค้าก็ยังใช้ชีวิตสมถะ ขับรถคันเดิม อยู่ในเมืองเล็กๆไกลจาก Wall Street เวลานั่งเครื่องบินก็นั่งแต่ Economy class และยังเป็นคนมีสติปัญญาสูง อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ข่มเหงผู้อื่น สุภาพ ยึดมั่นอยู่กับความเชื่อของตนเอง ผู้ยึดมั่นในศาสนา สนใจศึกษาความสัมพันธ์ของวิทยาศาสตร์ ศาสนา จิตใจและเป้าหมายในชีวิตมนุษย์ บริจาคเงินเพื่อการกุศลมากมาย จัดตั้งกองทุน John Templeton Foundation / Templeton Prize / Templeton Library / Templeton Collage of Oxford University
Templeton เป็คนขยันใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาตั้งแต่เด็ก เรียนได้ Grade A ทุกวิชามาโดยตลอด จบเศรษฐศาสตร์ที่ Yale University แล้วได้ทุนโรดส์ ไปเรียนกฎหมายต่อที่วิทยาลัยบอลลิออล Oxford University
ข้อคิดที่ได้และสิ่งที่น่าสังเกตของท่าน Templeton
- เอากระดาษและหนังสือติดตัวไปตลอดเวลา เพื่อที่จะอ่านหนังสือทุกที่ที่มีเวลาว่าง
- ทำงานวันละ 15 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน (นอนวันละ 7 ชั่วโมง)
- เรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นๆ พวกอินเดียแดงย่านแมนฮัตตันในศตวรรษที่ 17 ขายพื้นที่ดินบริเวณนั้นด้วยราคาเพียง 24$ เท่ากับราคาลูกประคำลูกหนึ่งเท่านั้น ... หากอินเดียแดงเอาเงินนี้ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเพียง 8 % ต่อปี จะมีเงินหลายล้านล้านเหรียญทีเดียว
- ไม่มีหนี้สินส่วนตัว การที่ต้องเป็นลูกหนี้ หาเงืินจ่ายค่าเบี้ยดอกเบี้ย ผ่อนรถ ผ่อนบ้านเป็นงวดๆ ไม่ใช่เรื่องที่ฉลาดเลย
- มองโอกาสไปทั่วโลก เมื่อจบปี 1936 Templetone ออกท่องไป 12 ประเทศทั่วโลกตลอด 8 เดือนเต็มๆ ทั้งในยุโรป และเอเซีย เพื่อศึกษาจากราก ฐานของคนแต่ละชาติ สังคม การเมือง ระบบเศรษฐกิจ อย่างทะลุปรุโปร่ง พยายามศึกษาบริษัทที่น่าสนใจลงทุนในประเทศนั้นๆ ตีมูลค่าทีแท้จริง ความสามารถในการทำกำไร การแข่งขัน
- คาดหวังในอนาคต ก้าวข้ามความขมุกขมัวในปัจจุบัน 1 กันยายน 1939 ฮิตเล่อร์บุกโปแลนต์ มีข่าวทั่วสหรัฐว่า เศรษฐกิจจะถดถอย อารยธรรมโลกจะเกิดการทำลายโดยนาซี ตลาดหุ้นถูกเทขายถล่มทะลายลงถึง 50% Templetone มองไปข้างหน้าว่า อย่างไรเสีย สหรัฐฯก็จะถูกดึงเข้าสงคราม อุตสาหกรรมต่างๆ ต้องหันมาผลิตทรัพยากรเพื่อการสงคราม การขนส่ง การรถไฟ โภคภัณฑ์ต่างๆ เขาจึงเข้าซื้อหุ้นเมื่ออารมณ์ตลาดอยู่ในจุดที่น่ากลัวที่สุด เพราะเมื่อความคาดหวังของทุกคนต่ำติดดิน ความกลัวเข้าครอบงำ การซื้อหุ้น ณ จุดนั้นโอกาสขาดทุนน้อยมาก เขากู้เงิน 10,000 $ (เป็นครั้งเดียวที่เขายอมกู้เงินในชีวิต) และเข้าลงทุนในหุ้นราคาน้อยกว่า 1$ ด้วยเงินหุ้นละ 100$ (มีบริษัทที่เข้าเกณฑ์นี้ 104 บริษัท ในจำนวนนี้ 37 บริษัทอาจล้มละลาย .... Templeton ว่าไม่เป็นไร เมื่อความเสี่ยงสูงในภาวะนี้ การกระจายการลงทุนให้มากแล้วถือให้นาน อาจจะ 5-10 ปี บริษัทต่างๆนี้จะฟื้นตัว กำไรอย่างงดงาม สรุปสุดท้าย เขาได้กำไรถึง 40,000$ (มีเพียง 4 บริษัทเท่านั้นที่ล้มเหลว)
16 Rules for Investment Success
- Invest for Maximun total real return
- Invest - Don't trade or speculate
- Remain flexible and open minded about types of investment
- Buy Low
- When buying stocks, Search for bargains among quality stocks
- Buy value, Not market trends or the economy outlook
- Diversify, In stocks and Bonds, and in much else, There is safety in numbers
- Do your homework or hire wise experts to help you
- Aggressively monitor your investments
- Don't Panic
- Learn from your mistakes
- Begin with a Prayer
- Outperforming the market is difficult task
- An investor who has all the answers dosen't understand all the questions
- There is no free lunch
- Don't be fareful or negative too often
เทคนิคการตามหา หุ้นลดราคา
- อย่าทำตามฝูงชน
- ซื้อเมื่อคนอื่นขาย และขายเมื่อคนอื่นซื้อ
- มองไปในระยะยาว
- หาข้อมูลด้วยตัวเอง
- การกระจายการลงทุน
- ให้ความสนใจกับสังคม เศรษฐกิจ การเมือง
- ความเชื่อและที่มาของตัวตน
- การรุ็จักยืดหยุ่น
- ความอดทน
- ขยายเครือข่ายของมิตรภาพออกไป
- คิดบวก
- ทำอะไรง่ายๆ
ทฤษฎีการลงทุนที่สำคัญของ Templeton
"Avoiding the herd"
"Buy when there's blood in the streets"
จงอย่าทำตามฝูงชน
ซื้อเมื่อเวลาที่เลือดนองเต็มถนน
และ จงรีบขายเมื่อตลาดมองแง่ดีของหุ้นตัวนั้นมากเกินไป
------------------------------------------------------------------------------
"Bull-markets are born on pessimism,
grow on skepticism, mature on optimism
and die on euphoria."
ตลาดกระทิงเกิดจากการมองโลกในแง่ร้าย
เติบโตขึ้นด้วยความสงสัยลังเล
มีวุฒิภาวะด้วยการมองโลกในแง่ดี
และตายสนิทด้วยความเป็นสุขสุดยอดของผู้คน
-------------------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------------------
ในเวลาที่ใครๆ พากันมองโลกในแง่ร้ายสุดๆ
เป็นเวลาดีที่สุดที่จะ "ซื้อ"
ในเวลาที่ใครๆ พากันมองโลกในแง่ดีกันสุดขั้ว
เป็นเวลาดีที่สุดที่จะ "ขาย"
------------------------------------------------------------------------
"Before this century is over, the Dow Jones Industrial Average will probably be over one million versus around 10,000 now.
So for the long-term, the outlook is tremendously bullish if you buy stocks blindly to keep for a century."
ก่อนที่ศตวรรษนี้จะสิ้นสุดลง ดัชนีดาวน์โจนส์น่าจะกลายเป็น 1 ล้านจุด เทียบกับ 1 หมื่นจุดในตอนนี้
ในระยะยาว มุมมองยังคงเป็นกระทิงตัวใหญ่มโหฬาร
คุณเพียงแค่ซื้อหุ้นแล้วเก็บมันไว้สักศตวรรษก็พอ
------------------------------------------------------------------------------
Templeton เสียชีวิตด้วยภาวะปอดอักเสบ Pneumonia ที่ รพ. แถวบ้าน Doctors Hospital in Nassau, Bahamas ด้วยอายุ 95 ปี
บทความที่ได้รับความนิยม
- Riches for the Mind and Spirit: John Marks Templeton's Treasury of Words to Help, Inspire, and Live By, 2006. ISBN 1-59947-101-9
- Golden Nuggets from Sir John Templeton, 1997. ISBN 1-890151-04-1
- Discovering the Laws of Life, 1994. ISBN 0-8264-0861-3
- Is God the Only Reality? Science Points to a Deeper Meaning of the Universe, 1994. ISBN 0-8264-0650-5
- Templeton Plan: 21 Steps to Personal Success and Real Happiness, 1992. ISBN 0-06-104178-5
- The humble approach: Scientists discover God, 1981. ISBN 0-8164-0481-X
- Worldwide Laws of Life: 200 Eternal Spiritual Principles, 1998. ISBN 1-890151-15-7.
- Investing the Templeton Way: The Market Beating Strategies of Value Investings Legendary Bargain Hunter, 2007. ISBN 978-0-07-154563-1
- Buying at the Point of Maximum Pessimism: Six Value Investing Trends from China to Oil to Agriculture, 2010. ISBN 978-0-13-703849-7
บทความที่เผยแพร่ (PDF file)
http://www.sirjohntempleton.org/pdf/SirJohnBio_full.pdf
https://www.franklintempleton.com/retail/pdf/home/splash_PUB/TL_R16_1207.pdf
http://www.sirjohntempleton.org/pdf/Possibilities_full.pdf
Links :
http://www.sirjohntempleton.org/default.asp
http://www.maximumpessimism.com/
- John Templeton Foundation
- Templeton Prize
- Franklin Templeton Investments
- Investing the Templeton Way by Lauren C. Templeton and Scott Phillips, McGraw-Hill, 2008
- Contrarian, full length documentary film about Sir John Templeton, Narrated by Fred Dalton Thompson and directed by award-winning filmmaker Mary Mazzio seehttp://www.tennesseecontrarian.com/




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น